Home » 10 เรื่องจริงที่คุณไม่รู้! สายมูเตลู

10 เรื่องจริงที่คุณไม่รู้! สายมูเตลู

เรื่องความเชื่อแม้จะพิสูจน์ไม่ได้ทางวิทยาศาสตร์แต่ “ความเชื่อ” ก็ถือเป็นสิ่งที่คนยึดเหนี่ยวแล้วรู้สึกสบายใจ คนไทยเราผูกพันอยู่กับความเชื่อมานานแสนนาน โดยเฉพาะบรรดาเครื่องรางสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ซึ่งปัจจุบันในยุคที่คนเจอปัญหาถาโถม ตกงาน เงินไม่มี ยิ่งต้องหาที่ยึดเหนี่ยวมากขึ้น

สิ่งที่ มองเห็นตอนนี้คือ “ธุรกิจสายมู” ที่กำลังมาแรงมาก และเป็นอีกหนึ่งการลงทุนที่เชื่อว่าจะต่อยอดเติบโตได้อีกยาวๆ แต่การจะทำธุรกิจด้านนี้ต้องมีไอเดียให้เหมาะสมกับยุคสมัย เราอาจจะเคยเห็นพ่อค้าแม่ค้าสายมูกันมาเยอะ แต่เชื่อเถอะว่ามีเรื่องจริงบางอย่างที่คุณเองก็ยังไม่รู้

  1. ที่มาของคำว่า “มู”

สล็อตออนไลน์

คำว่า ‘มู’ ที่ชอบพูดกันมาจากคำว่า ‘มูเตลู’ ซึ่งมาจากกภาพยนต์เรื่องหนึ่ง ที่ลงจอฉายมานานมากแล้ว ตั้งแต่สมัยยังเป็นม้วนวิดีโอ หนังเรื่องนี้แปลเป็นไทยว่า “มูเตลู ศึกไสยศาสตร์” ตัวหนังเป็นเรื่องราวการต่อสู้ของหญิงสาว 2 คน ที่ใช้ไสยศาสตร์มนต์ดำมาประลองกันเพื่อแย่งชิงผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งในหนังก็มีซีนที่ร่ายคาถาว่า “มูเตลู มูเตลู” ด้วย

แต่ถ้าให้เจาะลึกว่าคนไทยเริ่มมาฮิตคำว่าเตลูตั้งแต่ตอนไหนนั้นยังไม่มีปรากฏแน่ชัด แต่ก็ใช่ว่าชาวไทยจะใช้มูเตลูเรียกแทนความหมายด้านลบตามบริบทของหนัง โดยคำนี้หมายถึงกลุ่มคนที่นิยมสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และมีความเชื่อต่างๆ ซึ่งบางคนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องงมงาย แต่อีกมุมก็เป็นการซื้อความสบายใจ

  1. ปรากฏการณ์ “สายมู”

ถ้าย้อนกลับไปดูเราจะเห็นว่าปรากฎการณ์เครื่องรางบูมแบบนี้ไม่ใช่ครั้งแรก เพราะก่อนหน้านี้ก็มี ‘จตุคามรามเทพ’ องค์เทพจากแดนใต้จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่เคยฮิตกันทั่วบ้านทั่วเมือง จนเรียกได้ว่าแต่ละวัดต่างออกมาสร้างจตุคามรุ่นต่างๆ กันแทบทุกอาทิตย์ หรือกระแสของพระเครื่องรุ่นดังๆ ที่มาก่อนหน้านี้และยังคงมีเซียนพระเล่นกันอยู่เรื่อยๆ

หรือถ้าพบเห็นกันได้ง่ายหน่อยก็จะเป็น ‘หินสีมงคล’ ที่ในปัจจุบันก็เวียนกลับมาฮิตกันอีกรอบหนึ่ง ความจริงแล้วเครื่องรางเหล่านี้มีขายมานานแล้วแต่ไม่ได้เป็นที่นิยมกันในวงกว้างขนาดนี้ โดยเป็นวัตถุมงคลที่ทางวัดจัดทำขึ้นเป็นปกติ แต่เพราะมีการนำแฟชั่นเข้ามาประยุกต์ในสินค้าจึงทำให้หลายๆ คนกล้าที่จะใส่เครื่องรางมากขึ้น โดยไม่ได้มองว่าเป็นของขลังที่น่ากลัวแต่อย่างใด

  1. มูเตลู แบบญี่ปุ่น

มูเตลูที่ฮิตกันมากส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่ามาจากกระแสของซีรีย์ต่างๆ โดยเฉพาะในบางฉากบางตอนที่มีการทำกิจกรรมน่ารักๆ แบบสายมู และกลายเป็นเทรนด์ฮิตที่แน่นอนว่าเรื่องที่ทำอาจไม่ได้ดลบันดาลให้สำเร็จดั่งใจหวังแต่ก็เป็นกิมมิคน่ารักๆ เช่น ถ้าอยากให้คนที่เราชอบรู้สึกดีกับเรา วิธีมูเตลูคือ บีบแชมพูออกมาเป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษตัวแรกของชื่อคนที่เราชอบบนฝ่ามือของเรา และเมื่อบีบครั้งที่ 2 ให้เขียนตัวแรกของนามสกุลลงไป แล้วค่อยๆสระผมอย่างเบามือ

หรือถ้าอยากให้ใครสารภาพรัก วิธีมูเตลูน่ารักๆ คือให้ไปขอพรกับพระจันทร์ (เต็มดวง) โดยนำกระจกไปด้วยเพื่อใช้สะท้อนภาพของดวงจันทร์(เต็มดวง) นาน 10 วินาที จากนั้นค่อยนำกระจกมาส่องตัวเองแล้วท่องชื่อคนที่เรารัก 3 ครั้ง เป็นต้น

  1. มูลค่า “เครื่องราง” สายมู

jumboslot

ต้องยอมรับว่าการนำเอาเครื่องรางมา “ดีไซน์” ใหม่ให้กลายเป็นเครื่องประดับคือ “จุดขาย” ที่กลายเป็นแฟชั่นเครื่องรางของขลังต่าง ๆ ที่ได้รับความนิยม เช่น ตะกรุด สีผึ้ง เบี้ย หินนำโชค ด้ายแดง สายสิญจน์ ฯลฯ ถูกนำมาดีไซน์ใหม่ให้เป็นเครื่องประดับเสริมดวง เช่น กำไล แหวน สร้อยคอ จี้ห้อยคอ พวงกุญแจ เคสโทรศัพท์ ฯลฯ แต่ละชิ้นก็มีราคาอยู่ไม่น้อยมีตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักหมื่นหรือหลักแสน ซึ่ง วัตถุมงคลแต่ละชิ้นก็มีมูลค่าอยู่แล้ว เช่น หินสี หินสวยงาม หรือลูกปัดบางสีก็อาจจะเพิ่มราคาเข้าไป ซึ่งราคาขายก็จะเพิ่มขึ้นตามรูปแบบการดีไซน์เป็นสำคัญ

  1. เครื่องรางไทย สินค้าสายมู! ยอดนิยมของคนจีน-สิงคโปร์

เครื่องรางคนไทยเริ่มเป็นที่นิยมในสิงคโปร์ตั้งแต่ปี 2468 ที่วัดไทยเริ่มเข้าไปก่อตั้ง และด้วยความเชื่อว่าเครื่องรางของไทยมีความเป็นสิริมงคล สามารถส่งเสริม ทั้งในหน้าที่การงาน ชีวิต โชคลาภ สุขภาพและความเจริญรุ่งเรื่อง เมื่อนำมาสวมใส่หรือพกติดตัว ซึ่งปัจจุบันในสิงคโปร์มีร้านเครื่องราง พระเครื่องจำนวนกว่า 300 ร้านค้า

ในขณะที่ชาวจีนเชื่อว่าเครื่องรางของคนไทยให้คุณ ให้โชค จึงเป็นที่สนใจของคนจีนไปโดยปริยาย โดยเมื่อยุคสมัยหนึ่งที่ดาราดังของจีนมาประเทศไทยแล้วเช่าพระไปห้อยคอ เกิดเรื่องเล่าปากต่อปากของประสบการณ์ที่ดาราเจอกับตัวเอง ยิ่งทำให้เกิดกระแสนิยมอย่างต่อเนื่อง

  1. ททท. เกาะกระแส ‘มูเตลู’ ส่งเสริมการท่องเที่ยว

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ตั้งเป้าดึงนักท่องเที่ยวกลุ่มเดินทางเชิงความเชื่อและศรัทธา (สายมูเตลู) ซึ่งนิยมเดินทางมานครศรีฯเพื่อกราบไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะไอ้ไข่ วัดเจดีย์ที่กำลังมาแรงและคาดว่าจะเป็นกระแสไปอีกสักพักใหญ่ ให้เดินทางเชื่อมโยงมายังสมุยมากขึ้น ซึ่งใช้เวลานั่งเรือน้อยกว่าจากฝั่ง จ.สุราษฎร์ฯ เนื่องจากปริมาณที่นั่งโดยสารของเที่ยวบินตรงเส้นทาง กรุงเทพฯ-สมุย ของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ปัจจุบันให้บริการอยู่ที่ 400-500 คนต่อวันเท่านั้น จากช่วงปกติที่ยังไม่มีวิกฤติโควิด-19 อยู่ที่ 3,000-4,000 คนต่อวัน

  1. มูลค่าตลาดความเชื่อของ “คนไทย”

ผลสำรวจจากปลายปี 2563 พบว่าค่าใช้จ่ายในการทำบุญแต่ละครั้งมีค่าใช้จ่ายต่อสถานที่ โดยเฉลี่ย 100 – 200 บาท รองลงมา คือ น้อยกว่า 100 บาท ร้อยละ 24.57 ดังนั้นประชาชนกว่าร้อยละ 70 ทำบุญครั้งละไม่เกิน 200 บาทโดยการใช้จ่ายทำบุญส่วนใหญ่เป็นการบริจาคตู้ทำบุญ ถึงร้อยละ 47.58 รองลงมา คือ การถวายสังฆทาน ร้อยละ 39.46

นอกจากนั้น ยังได้สำรวจกิจกรรมความเชื่อที่ประชาชนส่วนใหญ่นิยม พบว่ากิจกรรมที่ได้รับความนิยมมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ การดูชะตาราศี (เช่น วัน เดือน ปีเกิด) ร้อยละ 54.13 ดูลายมือ ร้อยละ 20.94 และดูไพ่ยิปซี ร้อยละ 12.23 สร้างรายได้หมุนเวียนในระบบได้ประมาณ 10,800 ล้านบาทต่อปี หรือคิดเป็นร้อยละ 0.36 ต่อมูลค่าการท่องเที่ยวรวมของไทย

  1. สายมู สไตล์ “ยุโรป”

เครดิตฟรี

สำหรับชาวยุโรปสายมูเตลู คือความเชื่อหรือทริคต่างๆ เช่น เรื่อง Lucky Number หรือตัวเลขนำโชค การพกเครื่องรางนำโชคอย่างสัญลักษณ์รูปเกือกม้า เครื่องรางตาข่ายดักฝันร้าย เครื่องรางดวงตาปีศาจที่ช่วยปกป้องเราจากโชคร้าย เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีสายมูแบบจริงจัง อย่างการพกเครื่องรางที่เรียกว่า Witch Bottle / Spell Jar หรือขวดแม่มด ซึ่งเป็นขวดขนาดเล็กบรรจุน้ำมัน สมุนไพร หรือวัตถุดิบธรรมชาติที่เชื่อว่ามีพลังในด้านต่างๆ เช่น การคุ้มครอง การรักษา หรือนำโชคเรื่องความรัก ซึ่งเป็นความเชื่อสำหรับคนที่นับถือศาสนา Wicca ซึ่งเป็นศาสตร์เก่าแก่และเป็นความเชื่อที่มีมานับตั้งแต่โบราณของฝั่งตะวันตก

  1. สายมูของคน “อเมริกัน”

ที่สหรัฐฯ เคยมีกระแสนิยมใน “Evil Eye ที่เชื่อว่าเป็นเครื่องรางในการป้องกันอำนาจมืดจากสิ่งชั่วร้ายนานัปการ ซึ่งความเชื่อเรื่อง Evil Eye อาจจะมีมานานแล้ว แต่ที่เป็นกระแสเพราะถูกจุดขึ้นโดยบรรดาเซเลบริตี ในวงการบันเทิงสหรัฐฯ

อย่างเช่น คิม คาร์เดเชียน ที่ชอบสวมสร้อยคอ หรือ เครื่องประดับศีรษะที่มีสัญลักษณ์ Evil Eye ขณะที่ จีจี้ ฮาดิค นางแบบสุดฮอตก็เปิดตัวรองเท้ารุ่น EyeLove ที่เป็นลวดลายดวงตาปีศาจ การปรากฏภาพตามสื่อต่าง ๆ โดยสวมใส่เครื่องประดับที่มีสัญลักษณ์ Evil Eye ของคนเหล่านี้ ล้วนดึงดูดความสนใจของประชาชนทั่วไปจนเกิดการเลียนแบบ และ ส่งผลให้สินค้าที่มีสัญลักษณ์ Evil Eye ไม่ว่าจะสร้อยข้อมือ สร้อยคอ หรือ พวงกุญแจ พลอยขายดี และ ได้รับความนิยมสูงตามไปด้วย

  1. เครื่องรางสายมู “ยอดฮิต”

ปี่เซียะ ตถุมงคลเสริมดวงการเงินแห่งยุคสมัย ซึ่งเป็นไปตามหลักฮวงจุ้ยที่เชื่อว่ายุคปัจจุบันคือยุค 8 คือยุคธาตุดิน โดยเริ่มเข้ายุคตั้งแต่ปี 2547-2566 และสัตว์ 2 ชนิดที่เป็นสัตว์ประจำยุคคือสุนัขและปี่เซียะ

เต่ามังกร เป็นสีญลักษณ์ของความแข็งแกร่ง สุขภาพดี อายุยืน มีความตั้งใจมุมานะ ความก้าวหน้า ความสำเร็จอย่างมั่นคง อีกทั้งยังมีความเพิ่มพูนด้านทรัพย์สินเงินทอง ป้องกันภัยจากสิ่งชั่วร้ายด้วย

สล็อต

หินสีนำโชค หินแต่ละสีจะมีความหมายและการเสริมดวงที่แตกต่างกันไป อาทิ เทอร์ควอยซ์ ที่เชื่อกันว่าเสริมสร้างพลังอำนาจบารมี, มูนสโตน เชื่อว่าช่วยเรื่องความรัก, ไคยาไนท์ เชื่อว่าช่วยในเรื่องสติปัญญา, ลาริมาร์ เชื่อกันว่าช่วยนำพาความสงบสุขแก่ผู้ที่ครอบครอง, ไหม 5 สี (Rutilated Quartz) เชื่อว่าเสริมโชคลาภ เงินทอง อำนาจบารมีต่างๆ

มองในอีกแง่หนึ่ง ธุรกิจสายมูคือการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเดิมด้วยการออกแบบใหม่ให้เข้ากับยุคสมัย และสามารถแก้ Pain Point ได้ตรงจุดยิ่งในยุคนี้คนต้องการหาสิ่งยึดเหนี่วยวทางใจ ทำให้ธุรกิจสายมูที่เกี่ยวเนื่องกับความเชื่อจากเดิมที่หยั่งรากฝังลึกอยู่กับคนไทย ตอนนี้กลายเป็นธุรกิจที่เป็นรูปธรรมมากขึ้นและหากเราจับจุดได้ถูกทาง นี่คือโอกาสสร้างรายได้ที่ไม่มาวันจบ
ธุระกิจมีหลายรูปแบบนักลงทุนตัดสินใจเลือกก่อนการลงทุน

lesphrasesde

Back to top