Home » ประเด็นที่ซับซ้อนในการ “บริหารหนี้สาธารณะ”

ประเด็นที่ซับซ้อนในการ “บริหารหนี้สาธารณะ”

ประเด็นที่ซับซ้อนในการ “บริหารหนี้สาธารณะ”

slotxo

ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ประเทศอุตสาหกรรมเป็นจำนวนมากได้ประสบทั้งปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำและปัญหาหนี้สาธารณะอย่างรุนแรง ทั้งนี้ รวมถึงสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และหลายประเทศในยูโรโซน ตัวอย่างเช่น อัตราส่วนหนี้สาธารณะของญี่ปุ่นพุ่งสูงถึง 229% ของ GDP ในปี 2554 ในขณะที่ของกรีซและอิตาลีก็สูงเช่นกัน (160% และ 120% ตามลำดับ) สิ่งที่น่าแปลกใจอีกประการหนึ่งคือ แม้สหภาพยุโรปจะมีกฎเกณฑ์ควบคุมส่วนขาดดุลงบประมาณไม่ให้เกิน 3% ของ GDP และ

xoslot

หนี้สาธารณะคงค้างไม่ให้เกิน 60% ของ GDP แต่ประเทศสมาชิกและญี่ปุ่นก็ได้ดำเนินมาตรการ
การคลังในหลายรูปแบบเพื่อพยุงฐานะของประชาชนและเศรษฐกิจส่วนรวม มาตรการและสวัสดิการเหล่านี้ได้ก่อให้เกิดทั้งค่าใช้จ่ายและหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น พร้อมทั้งกระตุ้นให้ประชาชนเรียกร้องให้รัฐดำเนินมาตรการเหล่านั้นอย่างต่อเนื่องหรือช่วยเหลือมากขึ้นด้วยซ้ำ กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ บทบาทของมาตรการการคลังได้เปลี่ยนไปจากที่เป็นเครื่องมือสำหรับแก้ไขปัญหาในระบบเศรษฐกิจชั่วคราวกลายเป็นเครื่องมือถาวรตามที่ประชาชนต้องการ และในยามที่รัฐไม่สามารถหารายได้ให้เพียงพอต่อรายจ่ายและภาระหนี้เก่า รัฐก็จำเป็นต้องก่อหนี้ใหม่สะสมเพิ่มเติมหรือเข้าสู่วงจรอุบาทว์ของหนี้สาธารณะ
สถานการณ์ของไทยก็คล้ายคลึงกับเรื่องน่าเศร้าข้างต้น แม้ว่าอัตราส่วนหนี้สาธารณะและส่วนขาดดุลงบประมาณต่อ GDP ของไทย (41% และ 4% ตามลำดับ) ยังต่ำกว่าของประเทศในยูโรโซนมาก แต่พรรคการเมืองหลายพรรคก็พึ่งเงินของรัฐในการดำเนินมาตรการประชานิยมหลายรูปแบบเช่น รับจำนำข้าว ซื้อรถคันแรก รถประจำทางฟรี ช่วยธุรกิจขนาดเล็กและชาวนารายได้ต่ำให้สามารถเข้าถึงแหล่งสินเชื่อ ก่อนที่จะหาช่องทางบริหารหนี้สาธารณะที่เหมาะสม เราควรทบทวนบทบาทพื้นฐานของหนี้สาธารณะในประเทศต่างๆ ประการแรก เงินกู้เหล่านั้นทำหน้าที่เสริมรายได้จากภาษีอากร
เพื่อนำไปใช้ในกิจกรรมสาธารณะและโครงสร้างพื้นฐาน ประการที่สอง เงินกู้เหล่านั้นทำให้รัฐสามารถดำเนินมาตรการการคลังเพื่อสร้างเสถียรภาพให้แก่การเจริญเติบโตของเศรษฐกิจ ประการที่สาม พันธบัตรรัฐบาลมักทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมเงินออมกับเงินลงทุนและบริโภค นอกจากนั้น พันธบัตรของรัฐยังเป็นเครื่องมือที่ทุกฝ่ายเชื่อมั่นพอที่จะทำหน้าที่เป็นแกนหลักสำหรับการกู้ยืมและลงทุนหรือปรับสภาพคล่องผ่านตลาดรองอีกด้วย

เครดิตฟรี

ยังคงมีการวิพากษ์วิจารณ์และความคิดเห็นอย่างต่อเนื่องสำหรับปัญหาโครงการรับจำนำข้าว ล่าสุดมีการส่งสัญญาณอันตรายอีกครั้งผ่านเวทีเสวนา “ข้าว ชาวนา นักการเมือง และประเทศชาติ ใครได้ใครเสีย” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวานนี้
รวมถึงคำเตือนจากอดีตรองนายกรัฐมนตรีโดยระบุว่า โครงการนี้กำลังทำให้ประเทศเดินเข้าสู่วิกฤตหนี้สาธารณะของประเทศที่อาจพุ่งเกินร้อยละ 60 ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
ม.ร.ว. ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ช่วง 1 ปีที่ผ่านมา พิสูจน์แล้วว่าโครงการนี้เกิดปัญหาการส่งออกที่ลดลง ปัญหาทุจริต และกำลังทำให้หนี้สาธารณะของประเทศพุ่งสูงขึ้น จากปัจจุบันที่ร้อยละ 44 และคาดว่าจะเป็นร้อยละ 61 ในปี 2562 ซึ่งใกล้เคียงกับหนี้สาธารณะที่เกิดกับประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป
ทั้งนี้รัฐบาลยังต้องแบกรับภาระขาดทุน 4.5 หมื่นล้านบาท จากการรับจำนำข้าวนาปีฤดูกาลผลิต 2554/2555 จำนวน 6 ล้านตัน ที่ใช้งบประมาณ 1.5 แสนล้านบาท ซึ่งหากรวมการรับจำนำทั้งปีที่มีผลผลิตข้าวเข้าโครงการ 21.6 ล้านตัน จะทำให้รัฐบาลขาดทุนประมาณถึง 1.4 แสนล้านบาท และเมื่อรวมโครงการรับจำนำข้าวในฤดูกาล 2555/2556 อีก 33 ล้านตัน รัฐบาลจะต้องรับภาระขาดทุนถึง 2.1 แสนล้านบาท
ในงานเสวนา ข้าวชาวนา นักการเมืองและประเทศชาติ ใครได้ใครเสีย ผู้เข้าร่วมเสวนาส่วนใหญ่เห็นว่า โครงการรับจำนำข้าวส่งผลเสียมากกว่าผลดีโดย นายนิพนธ์ พัวพงศกร นักวิชาการเกียรติคุณ ทีดีอาร์ไอ ระบุว่า ประโยชน์จากโครงการนี้ ตกอยู่กับชาวนากลุ่มน้อยที่มีฐานะ ขณะที่การดำเนินโครงการที่ผ่านมา คาดว่ารัฐบาลขาดทุนไปแล้วกว่า 1.7 แสนล้านบาท
ส่วนนายเดชา ศิริพัชร ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ กล่าวว่า การที่ชาวนาเร่งเพิ่มผลผลิต เพื่อนำข้าวเข้าโครงการ ทำให้ข้าวขาดคุณภาพ และโครงการนี้ ก็ไม่ช่วยให้คุณภาพชีวิตของชาวนาดีขึ้น เพราะต้องเผชิญกับต้นทุนการผลิตสูง ทั้งนี้พบว่าชาวนามีหนี้สินเพิ่มขึ้นประมาณ 5 แสนบาทต่อครัวเรือน
เช่นเดียวกับ นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เชื่อว่า ภายใน 1-2 ปีนี้ ไทยจะสูญเสียการเป็นผู้นำมูลค่าส่งออกข้าวเนื่องจากผลผลิตข้าวที่ด้อยคุณภาพ
ส่วนความคืบหน้าคดีทุจริตจำนำข้าว ตำรวจภูธร จ.บุรีรัมย์ สรุปสำนวนคดีมากถึง 3,000 หน้า กล่าวหาผู้เกี่ยวข้องทั้งเกษตรกร และเจ้าหน้าที่รัฐหลายหน่วยงาน รวม 31 คน โดยส่งให้พนักงานอัยการจังหวัดนางรอง เพื่อพิจารณาสั่งฟ้องศาล หลังสอบสวนเกษตรกว่า 400 คน นานกว่า 8 เดือนเสร็จสิ้น ซึ่งพบว่าคดีนี้ สร้างความเสียหายแก่รัฐกว่า 44 ล้านบาท
ขณะที่ จ.อุดรธานี อุบลราชธานี และสุรินทร์ ตำรวจยังจัดกำลังดูแลความเรียบร้อยประจำตามจุดรับจำนำข้าว พร้อมตั้งด่านสกัดการลักลอบนำข้าวจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาสวมสิทธิ์ ในช่วงที่ชาวนาทยอยนำผลผลิตเข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล

สล็อต xo

อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เตือนว่า โครงการรับจำนำข้าว อาจทำให้ ประเทศเสียหายมากกว่า 1 ล้านล้านบาท ในอีกไม่ถึง 10 ปีข้างหน้า หนี้สาธารณะอาจเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 65 โดยมีชาวนาส่วนใหญ่และผู้เสียภาษีทั้งประเทศรับภาระ
ในงานเสวนานโยบายจำนำข้าวซึ่งจัดโดยสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สถาบันอิศรา และสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ ทีดีอาร์ไอ ม.ร.ว.ปริดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เรียกร้องให้ รัฐบาลทบทวนโครงการรับจำนำข้าวอย่างเร่งด่วน
โดยอาจปรับวิธีการช่วยเหลือเกษตรหรือ ผสมผสานกับการประกันรายได้เกษตรกร หลังประเมินตัวเลขการใช้จ่ายงบประมาณ และความเสี่ยงจากการระบายข้าวแล้วขาดทุน โดยการดำเนินโครงการรับจำนำข้าว ในปีการผลิต 2554/2555 อาจขาดทุนไม่น้อยกว่า 1.4 แสนล้านบาท
และปีการผลิตนี้อาจขาดทุนมากขึ้นกว่า 2.1 แสนล้านบาท ดังนั้น หากรัฐบาลยืนกรานดำเนินโครงการ โดยไม่ปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์ใดๆ อาจทำให้รัฐบาลขาดทุนและสร้างความเสียหายต่อประเทศ คิดเป็นเงินมากกว่า 1.2 ล้านล้านบาท ภายในปี 2562
ม.ร.ว. ปริดิยาธร กล่าวอีกว่า ความเสียหายดังกล่าว ส่งผลให้ หนี้สาธารณะไทย เมื่อเทียบกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ จากปัจจุบันร้อยละ 44 อาจเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 61-65.8 ในปี 2562
[NPC5]ขณะที่นายนิพนธ์ พัวพงศกร นักวิชาการเกียรติคุณ ทีดีอาร์ไอ ย้ำว่า ปัญหาหนี้สาธารณะสูง แต่ขาดความชัดเจนในการแสวงหารายได้รัฐ ทำให้คนไทยอาจเผชิญปัญหาเช่นเดียวกับกรีซ ขณะที่ โครงการรับจำนำข้าว มีแต่ชาวนารวย หรือ เกษตรกรที่มีที่นาจำนวนมากๆ,โรงสี,นักการเมือง รวมถึง ประเทศคู่แข่งส่งออกข้าวไทย ทั้งเวียดนาม อินเดีย กัมพูชา ได้รับผลประโยชน์ ส่วนผู้เสียผลประโยชน์ คือ ชาวนาส่วนใหญ่ และผู้เสียภาษีทั้งประเทศ

lesphrasesde

Back to top