Home » สัญญากู้ยืม vs. สัญญาใจ ถ้าเชื่อใจกันจริงๆ ทำไมต้องทำสัญญา?

สัญญากู้ยืม vs. สัญญาใจ ถ้าเชื่อใจกันจริงๆ ทำไมต้องทำสัญญา?

สัญญากู้ยืม vs. สัญญาใจ ถ้าเชื่อใจกันจริงๆ ทำไมต้องทำสัญญา?

slotxo

เวลาเพื่อนมาขอยืมเงินแบบฉุกเฉิน แถมเป็นเงินจำนวนไม่น้อย คุณอาจลังเลว่า ควรทำสัญญากู้ยืมหรือไม่? บางคนก็บอกว่า ถ้าจะช่วย ก็แปลว่าเชื่อใจกัน แล้วถ้าเชื่อใจ ทำไมต้องทำสัญญากู้ยืม? สัญญาใจไม่พอเหรอ? วันนี้เราจะมาวิเคราะห์กันว่า สัญญากู้ยืม กับ สัญญาใจ คุณควรเลือกทางไหนดี? และหากคุณจะเอ่ยปาก ขอให้เพื่อนที่มาขอความช่วยเหลือทำสัญญากู้ยืมกัน คุณจะทำอย่างไรให้ไม่ต้องรู้สึกกระอักกระอ่วน?

xoslot

หลายๆคน ชอบมองว่า เวลาทำสัญญากู้ยืม เราควรทำเฉพาะกับคนที่ไม่สนิทเท่านั้น เพื่อเป็นตัวช่วยยึดเหนี่ยวและดำเนินการทางกฎหมาย หากอีกฝ่ายไม่ทำตามที่ตกลงไว้ แต่ในความเป็นจริง การมีสัญญากู้ยืม เป็นกุญแจสำคัญที่สร้างความเป็นธรรมและปกป้องผลประโยชน์ให้ทั้งสองฝ่าย ไม่ให้ใครเอาเปรียบใคร เพราะในสัญญาจะต้องระบุข้อตกลง ซึ่งเกิดจากความยินยอมของทั้ง 2 ฝ่าย เกี่ยวกับ จำนวนเงินที่ยืม เงื่อนไขการคืนเงิน อัตราดอกเบี้ยและระยะเวลาที่ต้องชำระเงิน ดังนั้น ยิ่งทั้งผู้ให้ยืมและผู้ยืม เข้าใจข้อกำหนดการยืมมากเท่าไหร่ ก็จะลดโอกาสการผิดใจกัน ในอนาคตได้มากขึ้น แถมยังลดปัญหาเรื่องการถูกเอาเปรียบ ซึ่งเกิดจากการที่ทั้ง 2 คน ตกลงกันผิดพลาด
สัญญากู้ยืมยังเป็นตัวช่วย “เผื่อ” ในอนาคต หากมีการดำเนินการทางกฎหมายเพื่อหาความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ถึงแม้ว่าวันนี้เราไม่คิดจะไปฟ้องร้องเพื่อนเราในศาล แต่ถ้ามีสัญญาไว้ในมือก็ไม่เสียหาย แถมการมีสัญญากู้ยืม ยังช่วยเพิ่มความอุ่นใจและเพิ่มโอกาสได้เงินคืนมากกว่าไม่มีสัญญาอยู่ดี จริงไหม?
เมื่อคุณเห็นแล้วว่า สัญญากู้ดีกว่าสัญญาใจ แต่จะเอ่ยปากอย่างไรให้เพื่อนมาทำสัญญากู้กับคุณอย่างสบายใจทั้งสองฝ่าย? ปัญหานี้มีมานานและแก้ไม่ง่าย
ไม่อยากเก็บเอกสารให้วุ่นวาย ชวนมาใช้ LoanMe ดูสิ? ตัวช่วยเก็บเอกสารกู้ยืมต่างๆและแจ้งเตือนทุกครั้งเมื่อมีการชำระเงิน โดยสัญญาและหลักฐานการโอนเงินทั้งหมด จะถูกบันทึกในระบบ หากคุณอยากค้นหาเอกสารเก่า ก็แค่กดย้อนดูประวัติได้ง่ายๆ และเมื่อมีการชำระหนี้ทุกครั้ง ระบบจะส่งสำเนาให้ทั้งสองฝ่ายทาง Email เพื่อทั้งคู่รับทราบข้อมูลพร้อมๆกัน
ชวนให้ใช้ LoanMe แบบตรงๆ ป้องกันปัญหาผิดใจกัน บ่อยครั้งที่เวลาตกลงปากเปล่า มักเข้าใจกันดิบดี แต่เมื่อถึงเวลาคืนเงิน ทั้งคู่กลับต้องมาทะเลาะซ่ะนี่ นั้นเป็นเพราะเข้าใจกันคนละเรื่องหรือป่าว? แบบนี้คงต้องชวนมาใช้ LoanMe ซ่ะแล้ว เพราะ LoanMe สามารถสรุปข้อตกลง โดยออกสัญญาอ้างอิงจากมือถือ ทำให้ทั้ง 2 ฝ่ายรับรู้ว่า กู้ยืมเงินการตั้งแต่เมื่อไหร่? คิดดอกเบี้ยหรือไม่? ข้อตกลงว่าจะคืนเงินกันวันไหน? แค่นี้ก็หมดปัญหาเรื่องผิดใจกันไปได้เลย
บอกคนสนิทว่า ใช้แอปคำนวณบัญชีอัตโนมัติเถอะ คืนเงินตอนไหน คืนไปเท่าไหร่แล้ว? เป็นคำถามยอดฮิตของคนให้ยืม เมื่อเป็นเช่นนี้ คงต้องพึ่งฟีเจอร์ทำสมุดบัญชีออนไลน์จาก LoanMe ซ่ะแล้ว ซึ่งฟีเจอร์นี้จะเข้ามาช่วยคำนวณยอดคงเหลือ โดยที่คุณไม่ต้องมานั่งคำนวณเอง ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าการกู้ยืมมีดอกเบี้ย ระบบจะจัดการคำนวณให้แบบลดต้นลดดอก ทำให้สุดท้ายแล้ว หากยิ่งจ่ายเร็วระหว่างทาง ผู้กู้ก็จ่ายเงินน้อยลง ผู้ให้กู้ก็ทยอยได้เงินคืน ลดความเสี่ยง
ถามเพื่อนว่าจะคืนเงินเมื่อไหร่ แล้วชวนมาใช้แอปแจ้งเตือนเผื่อลืมคืนเงินทั้งคู่ ยิ่งเป็นเพื่อนสนิทกัน ต่างฝ่ายต่างไม่กังวลเรื่องคืนเงินกันซักเท่าไหร่? จนบางทีทั้งคู่เผลอลืมทวง-คืนเงินไปได้ ให้ LoanMe ช่วยแจ้งเตือนการคืนเงินสิ! ช่วยลดปัญหาลืมคืนเงิน เพราะเมื่อใกล้ครบกำหนดสัญญา ระบบจะแจ้งเตือนล่วงหน้าให้ทั้ง 2 ฝ่ายจำได้ว่า ใกล้ถึงเวลาคืนเงินแล้วนะและต้องคืนเงินวันไหน? มีเวลาเตรียมตัวกัน เท่านี้ก็คลายปัญหาเรื่องหลงลืมของคู่อย่างง่ายดาย

เครดิตฟรี

มาถึงตรงนี้ คุณพอจะเห็นข้อดีของการใช้เครื่องมือ ช่วยจัดการกู้ยืมเงินกันแล้วหรือยัง? ขอพ่วงด้วยฟีเจอร์ที่สำคัญสุดๆ ซึ่งช่วยคุณลดความเสี่ยงจากการถูกเบี้ยวหนี้ ด้วยระบบสกรีนผู้ยืม ซึ่ง LoanMe สามารถปกป้องคุณ จากคนที่เบี้ยวหนี้คนอื่นได้ หากผู้ยืม มีประวัติการไม่ชำระหนี้ในระบบค้างอยู่ LoanMe จะไม่ยอมให้ผู้ใช้คนนั้นส่งคำขอกู้ใหม่ได้ ซึ่งก็เท่ากับว่า คุณไม่ต้องปฏิเสธผู้ยืมแบบตรงๆ เพราะ เราช่วยปฏิเสธให้แล้ว ทั้งนี้ ก็เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดหนี้เสีย และทำให้คนทำดี ได้ช่วยเหลือคนอื่นต่อ แบบไม่ถูกเอาเปรียบ LoanMe คือ แอปพลิเคชั่นจัดทำสัญญากู้ยืมอัตโนมัติผ่านมือถือ ที่ช่วยให้คุณ ไม่ต้องวุ่นวายทำสัญญากู้ยืมเงินด้วยตัวเอง ลดความเสี่ยงจาการถูกเบี้ยวหนี้ มาพร้อม โปรแกรมบัญชีคำนวณยอดคงเหลือและดอกเบี้ย(ถ้ามี)และฟังก์ชั่นแจ้งเตือนการคืนเงินเมื่อใกล้ครบกำหนด ซึ่งระบบจะทำการแจ้งเตือนจนกระทั่งปิดสัญญา ช่วยผู้ให้ยืมไม่ต้องคิดว่าจะทวงเงินเพื่อนยังไง? เพราะระบบจัดการให้ ขณะที่ผู้ยืมเองก็คืนเงินเพื่อนครบแบบไม่มีทางลืม แอปดีๆที่ช่วยให้คุณและเพื่อน ได้ช่วยเหลือกัน แบบรักษามิตรภาพที่ดีเอาไว้ โหลดใช้ LoanMe ได้ฟรี โดยไม่มีค่าบริการ! ทั้ง Android และ iOS

สล็อต xo

ป็นเรื่องธรรมดาของโชคชะตาชีวิต คนเราย่อมเกิดมาในสถานะและสังคมที่แตกต่างกัน มีทั้งคนจนคนรวยปะปนกันไป และเงินถือเป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างหนึ่งไม่แพ้ปัจจัย 4 ในการดำรงชีพ ในการประกอบธุรกิจ หรือในการดำเนินกิจกรรมต่างๆในชีวิตประจำวัน เพราะความไม่มี เพราะความอยากได้อยากมี หรือเพราะความเดือนร้อนของคนที่อยากมี หลายคนชักหน้าไม่ถึงหลัง บางคนได้เงินเดือนไม่พอกับรายจ่ายประจำเดือน อำนาจของเงินจึงมีพลังอย่างยิ่งที่จะนำพาบุคคลเหล่านี้ไปสู่ผู้เป็นเจ้าของเงิน เมื่อไม่มีเงินก็ต้องไปกู้หนี้ยืมสิน แล้วจะทำอย่างไรดี ในเมื่อมันจำเป็นจะต้องกู้เงินจริงๆ เราจะมีวิธีกู้เงินอย่างไรไม่ให้เสียเปรียบเจ้าหนี้ ?
กฎหมายที่เกี่ยวกับการกู้ยืมเงิน คือ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.) มาตรา 650-656 ผมขอสรุปสะระสำคัญไว้ 11ประเด็น พร้อมตัวอย่าง ดังนี้

  1. หลักฐานการกู้ยืมเงิน
    ตาม ป.พ.พ. มาตรา 653 วรรคหนึ่ง กล่าวคือ “การกู้ยืมเงินกว่า 2,000 บาทขึ้นไป ถ้ามิได้มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่ง ลงลายมือชื่อผู้ยืมเป็นสำคัญ จะฟ้องร้องบังคับคดีไม่ได้” ดังนั้น หากกู้ยืมเงินกันตั้งแต่ 2,001 บาท ต้องมีการทำหลักฐานแห่งการกู้กันไว้เป็นหนังสือซึ่งกฎหมายไม่ได้กำหนดรูปแบบวิธีการเขียนไว้ และไม่ใช่แบบของนิติกรรม (ฏีกาที่ 3464/2528) เพียงแต่ต้องมีใจความครบถ้วนว่า กู้ยืมเมื่อใด ใครเป็นผู้กู้ ใครเป็นผู้ให้กู้ กู้เงินจำนวนเท่าไร ดอกเบี้ยเท่าไรต่อเดือนหรือต่อปี มีกำหนดใช้เงินคืนกันเมื่อไร และที่สำคัญต้องให้ผู้กู้ลงลายมือชื่อไว้ในหลักฐานแห่งการกู้นั้นด้วย ไม่เช่นนั้นก็ฟ้องร้องบังคับให้ชำระหนี้ไม่ได้ ส่วนหลักฐานเป็นหนังสือนั้น ไม่จำเป็นต้องมีในขณะกู้ยืมกัน แม้จะมีหลักฐานเป็นหนังสือในภายหลัง แต่ก่อนฟ้องคดีก็เป็นอันใช้ได้ (ฎีกาที่ 3464/2528)
    ตัวอย่างหลักฐานการกู้เงิน เช่น
    คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1567/2499
    คำรับสภาพหนี้ในบันทึกการเปรียบเทียบของอำเภอซึ่งจำเลยลงลายมือชื่อไว้ เป็นหลักฐานแสดงการกู้ยืมเป็นหนังสือตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 (เทียบฎีกาที่ 865/2493)
    คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 644/2509
    บันทึกประจำวันของพนักงานสอบสวนที่มีข้อความชัดแจ้งว่าจำเลยรับรองว่าได้กู้ยืมเงินของโจทก์ไปจำนวนเท่านั้นเท่านี้จริงและจำเลยได้ลงชื่อไว้ท้ายบันทึกนั้นด้วย แม้จะเป็นเรื่องพนักงานสอบสวนเรียกไปไกล่เกลี่ยในทางอาญาก็ตามก็ใช้บันทึกนั้นเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมได้
    คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 215/2510
    จำเลยและภรรยาได้จดทะเบียนหย่ากันที่อำเภอ และได้ให้ถ้อยคำในบันทึกหลังทะเบียนหย่าต่อนายทะเบียนว่า ภรรยาจำเลยได้ยืมเงินจากโจทก์มายังไม่ได้คืน จำเลยและภรรยาได้ลงลายมือชื่อรับรองว่าบันทึกถูกต้องดังนี้บันทึกหลังทะเบียนหย่าถือเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 โจทก์นำหลักฐานนั้นมาฟ้องเรียกหนี้อันเกิดจากการกู้ยืมได้
    หลักฐานการกู้ยืม ไม่ใช่สัญญากู้ยืม แม้มิได้ปิดอากรแสตมป์ ตามประมวลรัษฎากรก็รับฟังเป็นพยานได้ (อ้างฎีกาที่ 368/2506)
    คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1242/2522
    [NPC5]จำเลยทำหนังสือให้โจทก์ไว้มีใจความว่า ‘ข้าพเจ้านายศุภวัตรแก้วประดับได้ยืมเงินจากนายยีซบมูฮำหมัดจำนวน 130,000 บาท และจะชำระคืนให้ตามเช็คธนาคารชาร์เตอร์เลขที่ 917820 ซึ่งได้ให้ไว้เป็นการค้ำประกัน แล้วลงลายมือชื่อไว้ ดังนี้ หนังสือนั้นเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมตามกฎหมายแล้ว

lesphrasesde

Back to top