Home » เตรียมตัวให้พร้อมก่อนขอสินเชื่อซื้อรถยนต์

เตรียมตัวให้พร้อมก่อนขอสินเชื่อซื้อรถยนต์

เตรียมตัวให้พร้อมก่อนขอสินเชื่อซื้อรถยนต์

slotxo

ใครๆ ก็อยากจะมีรถยนต์เป็นของตัวเองกันทั้งนั้น แต่มันก็ค่อนข้างเป็นเรื่องที่ยากลำบากในการหาเงินซักก่อนเพื่อเอาไปดาวน์รถยนต์ในฝันของเรา ยิ่งเป็นมนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้ไม่ค่อยมากด้วยแล้วยิ่งลำบากเข้าไปใหญ่ เราจึงจำเป็นที่จะต้องยื่นขอสินเชื่อรถยนต์ แต่หลายๆครั้งผู้ขอสินเชื่อมักจะประสบปัญหาในการผ่อนชำระในแต่ละเดือน ไม่สามารถผ่อนชำระได้จึงอาจทำให้ถูกยึดรถที่รักไปก็เป็นได้ เพราะฉะนั้น ก่อนที่เราจะตัดสินใจในการยื่นขอสินเชื่อรถยนต์แล้วเราก็ควรมาเตรียมตัวให้พร้อมกันก่อนนะครับเพื่อไม่ให้ประสบปัญหาต่างๆ มาดูกันดีกว่าครับว่าเราควรเตรียมตัวกันยังไงกันบ้าง

xoslot

เตรียมเงินดาวน์ให้พร้อม
การจะซื้อรถยนต์ด้วยการขอสินเชื่อนั้น ส่วนใหญ่แล้วสถาบันการเงินที่เราเข้าไปยื่นขอนั้นจะให้เราวางเงินดาวน์ที่ขั้นต่ำ 5% ของราคารถยนต์ หรือบางสถาบันการเงินก็อาจจะให้เราวางเงินดาวน์ที่สูงกว่า 5 % ก็ได้ครับ
ทำความเข้าใจอัตราดอกเบี้ย
หลายๆคนมักจะเข้าใจผิดเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยในการขอสินเชื่อ เนื่องจากส่วนใหญ่ทางสถาบันการเงินมักจะแจ้งอัตราดอกเบี้ยเป็นรายปี แต่ไม่ได้คิดรวมดอกเบี้ยรายวันด้วย ซึ่งเรื่องนี้เราต้องศึกษาให้ดีก่อนที่เราจะไปยื่นขอสินเชื่อด้วยนะครับ
จ่ายตรงเวลา
เรื่องนี้สำคัญมากๆนะครับเพราะหากเราไม่สามารถจ่ายค่างวดได้ตามที่กำหนดที่ระบุไว้ในสัญญา เราก็จะถูกสถาบันการเงินปรับค่าชำระล่าช้าพร้อมกับดอกเบี้ยรายวัน เพราะฉะนั้นเราจึงไม่ควรที่จะผิดนัดในการชำระค่างวดรถยนต์นะครับ หากเราไม่สามารถชำระค่างวดรถยนต์ภายใน 3 เดือน เราก็อาจจะถูดยึดรถที่รักของเราไปได้นะครับ
การมีรถยนต์เป็นของตัวเองไม่ใช้เรื่องที่ยากมากมายนักหากเรามีศักยภาพเพียงพอในการซื้อรถยนต์แต่หากเราไม่มีเงินมากมายขนาดนั้น ก่อนที่เราจะอยากได้รถยนต์ซักคัน และตัดสินใจยื่นขอสินเชื่อรถยนต์แล้วนั้น อย่าลืมตรวจสอบขีดความสามารถทางการเงินของเราให้ดี และมีระเบียบวินัยในการชำระหนี้สินที่เรากู้มาด้วย
ปัจจุบันรถยนต์เป็นเหมือนปัจจัยที่ 5 ของชีวิตเป็น อาจเป็นเพราะระบบขนส่งสาธารณะที่ยังไม่เข้าถึงทุกพื้นที่ การมีรถยนต์สักคันก็เหมือนเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และดูจะไม่ใช่เรื่องยากสักเท่าไหร่ ค่ายรถยนต์แทบทุกค่ายก็ขยันขนโปรโมชั่นมาล่อตาล่อใจกันเต็มที่ พอเราหยิบโบรชัวร์ขึ้นมาก็เห็นว่าผ่อนเดือนละ 5,000 – 6,000 บาท ดูแล้วก็น่าจะไหว แต่จริงๆ แล้วการมีรถยนต์สักคันก็มีทั้งค่าใช้จ่าย และเรื่องที่ต้องระวังอยู่เหมือนกัน แต่จะมีสักกี่คนที่ซื้อรถแล้วรู้ว่า มีข้อควรระวังอะไรบ้าง แล้วทำไมรถยนต์ถึงเป็นต้นเหตุของความล้มเหลวทางการเงินได้ ?

เครดิตฟรี

  1. เรื่องของค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น
    รายจ่ายตัวแรกที่เราต้องเจอแน่ๆ ก็คือ “ค่าผ่อนรถยนต์” อันนี้อย่างที่หลายๆคนรู้กันอยู่แล้ว อย่างอีโคคาร์คันเล็กก็ผ่อนอย่างต่ำเดือนละ 5,000 – 6,000 บาท
    รายจ่ายอย่างที่สองคือ “ค่าน้ำมัน” โดยปกติแล้วถ้าใช้ทุกวันก็น่าจะมีอาทิตย์ละ 500-1,000 บาทเป็นอย่างน้อย , “ค่าประกันภัย” ที่ต้องซื้อไว้เพื่อความมั่นใจ ตกปีละประมาณ 10,000 บาท นอกจากนี้ก็จะมี “ค่าบำรุงรักษา” เช่นค่าเปลี่ยนยาง ค่าเช็คระยะ ค่าซ่อมบำรุง รวมไปถึงค่าต่อภาษีประจำปี ด้วย
  2. ดอกเบี้ยที่ถูกเรียกเก็บสูงกว่าตัวเลขที่เราเห็น การคิดดอกเบี้ยในการซื้อรถยนต์เราจะถูกคิดดอกเบี้ยแบบ Flat Rate คือ ซึ่งดอกเบี้ยไม่ได้ถูกมากอาจจะประมาณ 1-3% แล้วแต่โปรโมชั่น แต่จริงๆแล้วการคิดดอกเบี้ยแบบ Flat Rate จะทำให้เราจ่ายดอกเบี้ยสูงกว่าตัวเลขที่เห็น
  3. รถยนต์เป็นสินทรัพย์ที่ถูกเรียกว่า “สินทรัพย์เสื่อม” หมายความว่า เมื่อเวลาผ่านไป ราคาของรถยนต์จะตกลงเรื่อยๆ ซึ่งตรงข้ามกับสินทรัพย์การลงทุนที่มูลค่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไป ลองคิดว่าการมีอีโคคาร์คันเล็กๆ ก็จะมีรายจ่ายเฉลี่ยต่อเดือนที่ต้องเตรียมประมาณ 9,000-10,000 บาท
    แต่อันนี้ยังไม่รวมค่าทางด่วน ค่าที่จอดรถ รวมไปถึงค่าภาษีสังคมตอนเรามีรถอีก ถ้าลองคิดว่าเรามีรายได้เดือนละ 15,000 บาท แต่เจอค่าใช้จ่ายรถก็หมดไปมากกว่า 2 ใน 3 ของรายได้ในแต่ละเดือนแล้ว ซึ่งอาจจะเป็นภาระที่สูงเกินไป การมีรถยนต์สักคันไม่ใช่เรื่องที่ผิด แต่ต้องดูว่าความพร้อมของตัวเราเองด้วยว่าไหวหรือเปล่า ถ้ามีรถยนต์แล้วเป็นภาระมากกว่าประโยชน์ที่เราจะได้รับ ก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรให้เกิดขึ้นเหมือนกัน

สล็อต xo

แบล็กลิสต์ ถ้าติดก็ปิดก่อน

ก่อนจะหารถตามสเป็ค เช็คตัวเองก่อน ว่ามีประวัติเสียในเครดิตบูโรหรือเปล่า เช่น เคยผิดนัดชำระหนี้บัตรเครดิต เพราะถ้ามีจะต้องทำเรื่องปิดให้เรียบร้อยก่อน และทิ้งระยะเวลาให้นานกว่า 2 ปี จึงจะเริ่มผ่อนรถได้ แนะนำ! ถ้าอยากซื้อเลย ต้องนำใบปิดเรื่องมายื่นกับไฟแนนซ์ และวางเงินดาวน์ก้อนใหญ่ประมาณ 40% ขึ้นไป โดยไฟแนนซ์จะพิจารณาเป็นกรณีไปแล้วแต่ความรุนแรง
เตรียมเอกสาร แบบมืออาชีพ
ถ้าไม่มีประวัติหรือปิดเรียบร้อยแล้ว ก็เริ่มเตรียมเอกสารสำคัญได้เลยโดยเราขอแยกชุดเอกสาร สำหรับพนักงานประจำ และ อาชีพอิสระ ดังนี้
พนักงานประจำ
– สำเนาบัตรประชาชน และ สำเนาทะเบียนบ้าน อย่างละ 3 ใบ
– สลิปเงินเดือน (สลิปคาร์บอน) ย้อนหลัง 6 เดือน หากไม่มี ให้ใช้ใบรับรองเงินเดือน
– สมุดบัญชีเงินเดือน ย้อนหลัง 6 เดือน เพื่อดูความสามารถในการชำระหนี้
หากไม่ค่อยได้อัพบุ๊ค สามารถใช้ Statement (ย้อนหลัง 6 เดือน) ที่ขอจากธนาคารได้เช่นกัน
อาชีพอิสระ (เช่น ค้าขาย)
– สำเนาบัตรประชาชน และ สำเนาทะเบียนบ้าน อย่างละ 3 ใบ (ข้อนี้เหมือนพนง.ประจำ)
– ใบเสร็จ ใบส่งของ หลักฐานการซื้อขายทุกอย่าง ต้องเก็บไว้ยื่นไฟแนนซ์ ยิ่งครบ ยิ่งผ่านง่าย
– รูปถ่ายหน้าร้าน พร้อมใบเสร็จค่าเช่าที่ หรือ ภาพเพจ Facebook, IG หากขายของทางออนไลน์
– Statement หรือ รายการเดินบัญชีย้อนหลัง 1 ปี เพื่อแสดงฐานรายได้ที่มั่นคง

แนะนำ ควรมีรายรับก้อนใหญ่เข้าทุกเดือน และมีรายได้เล็กๆน้อยๆ สม่ำเสมอทุกสัปดาห์ ข้อควรระวังคือ เมื่อมีเงินเข้า อย่าเพิ่งถอนออกจนหมดทันที ให้ทยอยถอนใช้ทีละนิดในวันอื่น และเหลือเงินคงค้างติดบัญชีไว้ประมาณ 10% จะดูน่าเชื่อถือที่สุด

ยอดดาวน์ (ยิ่งมาก ยิ่งดี)
เงินดาวน์ คือ เงินสดที่คุณต้องออกเงินซื้อรถเองเป็นส่วนแรก เมื่อหักลบจากราคารถแล้ว เหลือเท่าไหร่ ไฟแนนซ์จะนำยอดที่เหลือ (ยอดจัด)
ไปคูณเปอร์เซ็นต์ดอกเบี้ยเงินกู้ เพื่อคิดยอดผ่อนชำระที่คุณต้องจ่ายต่อเดือน
นั่นแปลว่า เงินดาวน์ยิ่งสูง ภาระผ่อนในแต่ละเดือนยิ่งต่ำลง หรือพูดง่ายๆ ว่า ดาวน์สูง – ผ่อนต่ำ, ดาวน์ต่ำ – ผ่อนสูง
แนะนำ! ถ้ามีเงินสดมากพอ ควรวางเงินดาวน์ให้สูงที่สุดเท่าที่ทำได้ตั้งแต่แรก เพราะดอกเบี้ยรถยนต์ เป็นดอกเบี้ยตายตัว คำนวณรอบเดียวมีผลจนงวดสุดท้าย ต่อให้มีเงินก้อนมาโปะในภายหลัง งวดที่เหลือก็ยังเสียดอกเท่าเดิม ต่างจากการผ่อนบ้านที่สามารถโปะ ให้ดอกเบี้ยลดลงได้

ข้อควรระวัง หากเลือกดาวน์น้อยกว่า 20% ของราคารถจะต้องมีคนค้ำประกัน หรือ หากรายได้ไม่ถึง 2 เท่าของค่างวดรถควรมีคนซื้อร่วม 1 คน ถึงจะผ่านไฟแนนซ์ง่ายขึ้น

[NPC5]ระยะเวลาผ่อนชำระ (ยิ่งน้อย ยิ่งดี)
นอกจากจำนวนเงินดาวน์ อีกปัจจัยที่มีผลต่อการคิดดอกเบี้ย คือ จำนวนงวดผ่อนชำระ ที่ยิ่งผ่อนนาน ดอกเบี้ยยิ่งสูง โดยส่วนมากจำนวนงวดที่นิยมกันจะอยู่ที่ประมาณ 48 เดือน (4ปี) หรือ 60เดือน (5ปี) ถ้านานกว่านี้ ดอกเบี้ยจะสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว ซึ่งทำให้ต้องจ่ายเกินกว่าราคาจริงมากไปโดยไม่จำเป็น

แนะนำ ยิ่งเลือกผ่อนหมดเร็ว ดอกเบี้ยยิ่งต่ำ โดยสำหรับตัวผู้เขียนเลือกที่จะผ่อน 48 เดือน เพราะการผ่อน 1-4 ปี ใช้อัตราดอกเบี้ยเดียวกันซึ่งแน่นอน 4ปี เป็นระยะเวลาที่สามารถผ่อนชำระได้สบายที่สุด

lesphrasesde

Back to top