Home » นักเทรดอัจฉริยะรายหนึ่งใช้ Polkadot ทำนายอนาคตราคาของ Bitcoin

นักเทรดอัจฉริยะรายหนึ่งใช้ Polkadot ทำนายอนาคตราคาของ Bitcoin

นักเทรดอัจฉริยะรายหนึ่งใช้ Polkadot ทำนายอนาคตราคาของ Bitcoin

เครดิตฟรี

เนื่องจากราคาของ Bitcoin และเหรียญคริปโตส่วนใหญ่ ยังคงเพิ่มสูงขึ้นในปีนี้นักเทรดจำนวนมากจึงมองหาตัวชี้วัดเพื่อทำนายว่าเมื่อใดที่ช่วงตลาดขาขึ้นนั้นถึงจะสิ้นสุดลง โดยนักเทรดรายหนึ่งได้พิจารณา Polkadot (DOT) ซึ่งเป็นเหรียญคริปโตที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในช่วงเวลานี้
ในขณะที่เขียนรายงานอยู่นี้ Polkadot มีการซื้อขายกันอยู่ที่ $ 14 เพิ่มขึ้น 24% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา โดยมันได้ปรับตัวพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดตลอดกาลที่ระดับ 13.22 ดอลลาร์ในช่วงแรก ก่อนที่จะปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนถึงวันนี้

สล็อต

เดินตามรอยเท้า EOS ในปี 2017
หลังจากที่ราคาของ Bitcoin พุ่งแตะจุดสูงสุดตลอดกาลในปี 2017 นักลงทุนและนักเทรดจำนวนมากต่างก็พากันขนเอากำไรย้ายไปยังเหรียญ EOS และจากนั้นต่อมาราคาของ EOS ก็ได้ปรับตัวพุ่งขึ้นแตะจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนเมษายน 2018 ก่อนที่ราคาจะเริ่มร่วงลดลงภายหลังจากนั้น
ประเด็นที่ว่าราคา EOS และ Bitcoin นั้นมีความเกี่ยวข้องกันในปี 2017 และ 2018 ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันในหมู่ผู้เชี่ยวชาญจนถึงทุกวันนี้
“มันไม่ได้มีความสัมพันธ์กันเลยซักนิดเดียว” นาย Terry Wilkinson CEO ของ Anchor Value บริษัทการลงทุนที่มีสำนักงานใหญ่ในโตเกียวกล่าว “EOS เป็นโปรโตคอลที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในช่วงเวลานั้น และมันก็เป็นแค่ส่วนหนึ่งของช่วงขาขึ้นเท่านั้น มันไม่ใช่ว่า EOS หยุดปั๊มราคาแล้วมันจะถึงจุดจบของช่วงขาขึ้น”
เช่นเดียวกับ EOS.IO Polkadot มันได้รับการขนานนามว่าเป็นบล็อกเชนที่มีแนวโน้มจะกลายมาเป็น “ Ethereum Killler” หรือมีศัพยภาพมากพอที่จะเข้ามาแทนที่ Ethereum ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมันได้รับความสนใจจากนักลงทุนคริปโตเป็นอย่างมาก เมื่อภาค DeFi เริ่มกลายเป็นกระแสหลักในปี 2020
อย่างที่เราทราบกันดีว่าโครงการ DeFi ส่วนใหญ่นั้นถูกสร้างขึ้นบน Ethereum blockchain ซึ่งเป็นบล็อกเชนที่ใหญ่เป็นอันดับสองและถูกมองว่าเป็น “คอมพิวเตอร์โลก” เนื่องจากความสามารถรอบด้านและความสามารถในการเขียนโปรแกรมของนักพัฒนา แต่ถึงกระนั้น Ethereum ก็ยังคงมีปัญหาบางอย่างในเรื่องความสามารถในการปรับขนาด มันจึงทำให้ Polkadot กลายเป็นหนึ่งใน Blockchain ที่ได้รับความสนใจมากกว่าในหมู่นักพัฒนา
ด้วยเหตุนี้หลายคนจึงสงสัยว่าความสัมพันธ์ของ DOT กับช่วงขาขึ้นล่าสุดของ Bitcoin อาจมีความสัมพันธ์ที่คล้ายคลึงกับปี 2017 ซึ่งเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงจุดสิ้นสุดของตลาดคริปโตในช่วงขาขึ้น
อย่างไรก็ตามช่วงขาขึ้นของปี 2017 กับ ปี 2020 นั้นมีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากช่วงขาขึ้นในครั้งนี้ได้รับแรงผลักดันจากภาคสถาบันต่างจากปี 2017 ที่ได้รับการสนับสนุนจากนักลงทุนรายย่อยที่แห่ FOMO ในช่วง ICO
นอกจากนี้ภาค Defi ยังคงได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน ดังนั้นการเติบโตที่เติบโตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของ DOT จึงอาจเป็นเพียงแค่ภาพสะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของภาค DeFi เท่านั้น
ดูเหมือนว่าเหรียญ Bitcoin จำนวนกว่า 900 BTC ที่ได้รับมาในยุคแรก ๆ นั้น ล่าสุดจะมีการเคลื่อนย้ายเกิดขึ้นแล้ว หลังไม่มีการเคลื่อนไหวมาเกือบทศวรรษ
ข้อมูลจาก Bitcoincharts เผยว่า เหรียญ Bitcoin จำนวนดังกล่าว ถูกสร้างขึ้นในยุคของ Satoshi เมื่อ 10 ปีก่อน และเพิ่งมีการทำธุรกรรมเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในวันที่ 7 พฤศจิกายน 2020 โดยแบ่งการทำธุรกรรมออกเป็นจำนวน 20 รายการ รายการละ 50 BTC
Bitcoin ทั้งหมดมีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 33,794,136 ดอลลาร์ (ในช่วงเวลาที่ทำธุรกรรมของวันอังคาร) ซึ่งคิดเป็นมูลค่าที่เพิ่มขึ้นกว่า 278,041% นับตั้งแต่ปี 2012
ที่น่าสนใจก็คือ กระเป๋าเงินปลายทางที่ได้รับ Bitcoin จำนวนดังกล่าวไม่ได้มีความสัมพันธ์ใด ๆเกี่ยวข้องกับกระดานแลกเปลี่ยนหรือนักลงทุนคริปโตเลยแม้แต่น้อย
นอกจากนี้ยังเป็นที่สังเกตว่า กระเป๋าเงินดังกล่าวได้รับ Bitcoin จำนวนเล็ก ๆ หลายรายการตลอดช่วง 9 ปีที่ผ่านมา สันนิษฐานได้ว่าธุรกรรมเหล่านั้นอาจจะถูกส่งเข้ามาเพื่อใช้ในการโจมตี dusting attacks
อะไรคือ Dusting attacks ?
Dusting attacks คือ เทคนิคการเจาะข้อมูลรูปแบบใหม่ที่แฮกเกอร์หรือมิจฉาชีพนั้นจะเข้าไปติดตามข้อมูลของผู้ใช้จากการทำธุรกรรมคริปโตเคอเรนซี่ บนเครือข่ายบล็อกเชน การโจมตีแบบ dusting attack โดยปกติแล้วจะเกิดขึ้นกับบิทคอยน์เท่านั้น แต่ล่าสุดเหรียญคริปโตสกุลเงินอื่น ๆ ก็ได้รับผลกระทบไปด้วยเช่นกัน
หากเปรียบเทียบการโจมตีนี้ ก็เปรียบเสมือนเศษฝุ่น ที่มีขนาดเล็กมากและมีและยากที่สังเกตุ ดังนั้น dust ก็คือจำนวนคริปโตที่น้อยที่สุดในสกุลนั้น เช่น ในกรณี บิทคอยน์ นั้นก็คือ 1 ซาโตชิ (0.000000001 BTC) ที่โอนไปยังกระเป๋าเงินของเหยื่อเพื่อเฝ้าติดตามดูการธุรกรรมนั่นเอง

สล็อตออนไลน์

เมื่อไม่นานมานี้นาย Vitalik Buterin ผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum เริ่มมีการโต้ตอบกับ Ripple อย่างดุเดือด ภายหลังจากที่บริษัทดังกล่าวได้ออกมาแถลงการณ์พาดพิงถึงเหรียญ Ethereum และ Bitcoin ว่ามีแนวโน้มที่จะถูกควบคุมโดยรัฐบาลจีน
ข้อความที่ตัดตอนมาจากบทความของ Ripple นั้นผู้เขียน (ทีมงานของ Ripple) ได้กล่าวหาว่า Bitcoin และ Ethereum มีความคล้ายคลึงกันอย่างมากและยังระบุด้วยว่า XRP ของ Ripple นั้นเป็นทางเลือกที่ดีกว่า เมื่อเทียบกับเหรียญคริปโตอันดับต้น ๆ ของโลกอย่าง Bitcoin :
“นวัตกรรมในอุตสาหกรรม Cryptocurrency จะถูกยกให้จีนอย่างสมบูรณ์ ซึ่งบล็อกเชนของ Bitcoin และ Ethereum มีแนวโน้มที่จะถูกควบคุมโดยจีน เนื่องจากทั้งสองสินทรัพย์อยู่ภายใต้กฎส่วนใหญ่ที่เรียบง่าย ในขณะที่ XRPL มีมาตรการป้องกันการรวมศูนย์อำนาจ”
“XRP เป็นสกุลเงินที่ใช้งานได้อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าเมื่อเทียบกับ Bitcoin
XRP เป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่ถูกนำมากันใช้อย่างแพร่หลายโดยใช้เทคโนโลยีบล็อคเชนแบบโอเพ่นซอร์ส พร้อมด้วยตลาดสกุลเงินที่มีประสิทธิภาพและทำงานได้อย่างสมบูรณ์
XRP ติดหนึ่งในสามสกุลเงินเสมือนจริงอ้างอิงตามมูลค่าตลาดควบคู่ไปกับ Bitcoin และ Ethereum สกุลเงินเสมือนที่ควบคุมโดยจีน สองสกุลเงินที่สำนักงาน ก.ล.ต. ระบุว่าไม่ใช่หลักทรัพย์”
หลังจากที่ได้อ่านบทความดังกล่าว นาย Vitalik Buterin รู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมากและออกมาโพสต์ทวีตเรียก XRP ว่าเป็น “เหรียญขยะ” โดยเขากล่าวว่า
“ดูเหมือนว่าทีม Ripple / XRP กำลังจมดิ่งสู่ระดับใหม่ของความแปลกประหลาด พวกเขาอ้างว่าเหรียญ shitcoin ของพวกเขาไม่ควรถูกเรียกว่าเป็นหลักทรัพย์ ด้วยเหตุผลด้านนโยบายสาธารณะ นั่นเป็นเพราะว่า Bitcoin และ Ethereum นั้นถูก “ควบคุมโดยจีน”

jumboslot

เรื่องราวทั้งหมดนี้เกิดขึ้น หลังจากที่สำนักงานก. ล. ต. เปิดเผยว่ากำลังเตรียมยื่นฟ้องคดีกับ Ripple โดยอ้างว่า Ripple นั้นมีการขายเหรียญ XRP ซึ่งเป็นหลักทรัพย์ไม่ได้รับการจดทะเบียน
รายงานดังกล่าวส่งผลทำให้ราคาของ XRP ร่วงลงทันทีกว่า 13.67% แม้ว่า XRP จะยังคงเป็นเหรียญคริปโตที่มีมูลค่าตลาดมากที่สุดเป็นอันดับสามในช่วงเวลานี้ แต่อนาคตของเครือข่ายและโทเค็นนั้นกำลังตกอยู่ในความเสี่ยง เนื่องจากนักวิเคราะห์ได้ยืนยันแล้วว่านี่เป็นคดีนี้เป็นคดีระดับ high-profile ที่สำนักงาน ก.ล.ต. ยื่นฟ้องและพวกเขามักจะชนะคดีประเภทนี้เสมอ ดังนั้นมูลค่าของบริษัทก็จะอาจร่วงลดลงตามไปด้วยหากพวกเขาถูกตัดสินว่าผิดจริง
อย่างไรก็ตามนาย Brad Garlinghouse CEO ของ Ripple ได้เปิดเผยความตั้งใจที่จะต่อสู้กับข้อกล่าวหานี้ โดยเขากล่าวว่า “ ก.ล.ตสหรัฐฯ ผิดในเรื่องข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหรียญ XRP”
ดูเหมือนว่าตลาดนั้นจะต้องพบเจอกับ FUD จากประเทศจีนอีกครั้งหนึ่งในวันนี้ เมื่อราคาของ Bitcoin นั้นได้มีการร่วงลงไปแล้วราว ๆ 2% กว่า โดยเกิดขึ้นหลังจากที่มีรายงานที่เผยว่าทางแพลทฟอร์มโซเชียลชื่อดังอย่าง Weibo นั้นเริ่มที่จะออกมาแบนบัญชีของคนดังที่ทำ content เกี่ยวกับคริปโตแล้ว
โดยอ้างอิงจาก Twitter ของผู้ใช้งานที่ชื่อว่า Wu Blockchain เขาได้ออกมาทวีตว่า “บัญชีของคนดังด้าน cryptocurrency บน Weibo จำนวนมากนั้นกำลังถูก block เหตุการณ์ดังกล่าวนี้ถือเป็นการแบนคริปโตครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์เลยก็ว่าได้ และอาจเป็นการตอบรับคำสั่งของรัฐบาลจีนในการต่อต้านคริปโต” ภายหลังจากที่มีการแบนดังกล่าวออกมานั้น ตลาดก็มีปฏิกิริยาตอบรับในทันที โดยราคา BTC นั้นได้ร่วงลงมาจากจุดสูงสุดของวันนี้ที่ 37,924 ดอลลาร์ ลงไปแตะจุดต่ำสุดของวันที่ 35,734 ดอลลาร์ บ่งบอกว่านักเทรดนั้นกำลังเทขายกันอย่างตกใจกลัว
ก่อนหน้านี้มีรายงานว่ารัฐบาลจีนนั้นกำลังหารือเกี่ยวกับการแบนการขุด bitcoin ในประเทศ ซึ่งตั้งแต่นั้นมาก็ส่งผลทำให้ราคาของ Bitcoin ได้ร่วงลงมาอย่างรุนแรง แต่หลังจากนั้นก็มีการค่อย ๆ ฟื้นตัวขึ้นมา
อย่างไรก็ตาม นักเทรดนั้นควรที่จะเข้าใจว่านี่เป็นเพียงแค่ FUD เท่านั้น เนื่องจากว่ามันส่งผลกระทบต่อแค่ในประเทศจีน แต่ Twitter นั้นยังคงมีการพูดคุยเกี่ยวกับเรื่อง Bitcoin เป็นปกติ

slot

KuCoin เป็นแพลตฟอร์มซื้อขายแลกเปลี่ยนล่าสุดที่ต้องเผชิญกับการตรวจสอบจากหน่วยงานกำกับดูแล โดยหน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงินของออนแทรีโออ้างว่า แพลตฟอร์มซื้อขายละเลยกฎหมายหลักทรัพย์ ซึ่งจากประกาศระบุว่า หน่วยงานกำกับดูแลจะดำเนินการอย่างเข้มงวดกับบริษัทด้านคริปโตที่ฝ่าฝืนกฎหมายทางการเงิน

lesphrasesde

Back to top