Home » มือใหม่ต้องรู้! อยากลงทุนใน “Cryptocurrency” ต้องเริ่มยังไง?

มือใหม่ต้องรู้! อยากลงทุนใน “Cryptocurrency” ต้องเริ่มยังไง?

สินทรัพย์ลงทุนที่เป็นกระแสและร้อนแรงที่สุดในตอนนี้คงหนีไม่พ้น คริปโทเคอร์เรนซี (Cryptocurrency) หรือ สินทรัพย์ดิจิทัล เพราะตั้งแต่ Bitcoin ราคาขึ้นไปแตะ 1 ล้านบาท เมื่อต้นปี 2564 ที่ผ่านมา ก็ทำให้นักลงทุนหน้าใหม่แห่เข้ามาลงทุนและเก็งกำไรในตลาดคริปโทฯกันแบบล้นหลาม ซึ่งคำถามยอดฮิตของมือใหม่เมื่อเข้ามาในตลาดคริปโทเคอร์เรนซี ก็คือ ‘อยากลงทุนใน Cryptocurrency ต้องเริ่มยังไง?’ วันนี้ Wongnai Beauty เลยทำสรุปขั้นตอนการลงทุนในคริปโทฯแบบเข้าใจง่ายมาไว้ในบทความนี้แล้ว! 

เครดิตฟรี

Step 1 : รู้จักเทคโนโลยี Blockchain 
บอกเลยว่า Blockchain Technology เป็นสิ่งแรกที่มือใหม่ทุกคนต้องรู้จัก และทำความเข้าใจกับมันอย่างลึกซึ้ง เพราะ Blockchain Technology หรือ เทคโนโลยีบล็อกเชน ถือเป็นระบบการทำงานที่อยู่เบื้องหลัง Bitcoin (บิทคอยน์) และสกุลเงินดิจิทัลอื่น ๆ พูดง่าย ๆ คือเป็นระบบที่ทำให้การโอนสกุลเงินดิจิทัลเกิดขึ้นได้ ซึ่งความโดดเด่นจริง ๆ ของเทคโนโลยีบล็อกเชนอยู่ตรงที่เค้าเป็นระบบที่ไม่มีตัวกลางหรือองค์กรใด ๆ ควบคุม จึงทำให้การทำธุรกรรมด้วยสกุลเงินดิจิทัลนั้นมีความโปร่งใส ปลอดภัยจากการแก้ไขโดยคนใดคนหนึ่ง

Step 2 : รู้จักเหรียญดิจิทัลต่าง ๆ 
หลังจากที่เรารู้จักกับเทคโนโลยีบล็อกเชนแล้ว สเต็ปต่อมาเราต้องรู้จักเหรียญดิจิทัลต่าง ๆ กันค่ะ โดยเราขอแบ่งเหรียญดิจิทัลออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่
Bitcoin : เป็นสกุลเงินดิจิทัลแรกของโลก ที่สามารถใช้แลกเปลี่ยนกันได้อย่างอิสระผ่านระบบ Blockchain 

สล็อต

Altcoin : คำว่า Altcoin มาจากการรวมกันของคำว่า ‘Alternative’ ที่แปลว่าทางเลือก และ ‘Coin’ ที่แปลว่าเหรียญ สรุปว่ามันก็คือเหรียญทางเลือกจากบิทคอยน์นั่นเอง โดยแต่ละเหรียญจะมีคุณสมบัติแตกต่างกันออกไป เช่น เป็นสกุลเงิน เป็นแพลตฟอร์ม Smart Contract ซึ่งปัจจุบัน Altcoin ทั่วโลกมีมากกว่าถึง 5,000 สกุลด้วยกัน!
Stable Coin : เป็นเหรียญที่ถูกตรึงไว้กับสกุลเงินที่จับต้องได้ เช่น เงินบาท เงินดอลลาร์ โดยมีอัตราส่วน 1:1 เช่น 1 USDT เท่ากับ 32 ดอลลาร์ 
Step 3 : รู้จัก White Paper

เวลาเราจะหาหุ้นพื้นฐานดี ๆ สักตัว เราก็ต้องดูงบการเงิน ถ้าอยากได้กองทุนรวมดี ๆ สักกองก็ต้องอ่าน Fund Fact Sheet และแน่นอนว่าถ้าอยากลงทุนในเหรียญคริปโทฯพื้นฐานดีสักเหรียญก็ต้องอ่าน White Paper เพราะมันจะทำให้เรารู้วัตถุประสงค์ในการสร้างเหรียญที่เราจะลงทุน อีกทั้งยังช่วยให้เรารู้ว่าเหรียญที่เราจะลงทุนนั้นสร้างด้วยกลไกอะไร มีความต้องการซื้อ (Demand) และความต้องการขาย (Supply) เป็นอย่างไร เพื่อที่เราจะได้ตัดสินใจได้ว่าจะลงทุนในเหรียญนั้นดีหรือไม่ 

สล็อตออนไลน์

Step 4 : รู้ข้อดี ข้อเสีย ของตลาด Cryptocurrency 
ต่อมาเราก็ต้องรู้ ข้อดี ข้อเสีย และความเสี่ยงของตลาดคริปโทเคอร์เรนซีให้ดีก่อนเริ่มลงทุน เพื่อที่เราจะได้รู้ตัวเองว่าเรายอมรับความเสี่ยง และพร้อมที่จะสูญเสียเงินต้นได้หรือเปล่า  

ข้อดี
ใช้เงินลงทุนเริ่มต้นน้อย มีเงินแค่ 10 บาท ก็สามารถลงทุนได้
สามารถถือครองเหรียญเป็นหน่วยย่อยได้ เช่น สมมติว่าตอนนี้ 1 Bitcoin ราคา 1 ล้าน บาท แต่เรามีเงินแค่ 1,000 บาท แสดงว่าเราสามารถซื้อ Bitcoin ได้ 0.001 Bitcoin สรุปง่าย ๆ คือ ไม่ต้องมีเงิน 1 ล้านก็สามารถซื้อเป็นหน่วยย่อยได้นั่นเอง
สามารถเทรด หรือ ซื้อ-ขาย ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุด
สภาพคล่องสูง สามารถฝาก-ถอน เงินได้ตลอดเวลา เช่น หากเราต้องการใช้เงินด่วนมาก ๆ เราก็สามารถถอนออกมาใช้ได้ทันที 

jumboslot

ข้อเสีย
ราคามีความผันผวนสูงมาก แน่นอนว่าความเสี่ยงก็สูงมากเช่นกัน 
มีโอกาสที่เงินต้นจะลดลงหรือสูญเสียเงินต้นได้มากถึง 80% แต่ในทางตรงกันข้าม ถ้าเรามีความรู้เรื่องการวิเคราะห์กราฟทางเทคนิค และรู้จักตลาดคริปโทฯเป็นอย่างดี โอกาสที่เราจะได้กำไรจากตลาดก็มากถึง 80% เช่นกัน เรียกได้ว่าเป็นสินทรัพย์ที่ High Risk – High Return จริง ๆ ค่ะ 
บางประเทศยังไม่มีกฎหมายรองรับ 
Step 5 : เลือกเว็บเทรด Cryptocurrency ที่ชอบ
สำหรับการเลือกเว็บเทรด Cryptocurrency หลัก ๆ แล้วควรจะเลือกเว็บเทรดที่ได้รับใบอนุญาตจาก สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. แล้วเท่านั้น นอกจากนี้อาจจะเลือกเว็บเทรดที่มีเหรียญให้เทรดได้เยอะ ๆ และค่าธรรมเนียมการซื้อขายสมเหตุสมผล ซึ่งวันนี้เราก็มีตัวอย่างเว็บเทรดสัญชาติไทยที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. มาแนะนำ!

slot

Bitkub
เป็นเว็บเทรดคริปโทฯสัญชาติไทยที่ก่อตั้งเดือนกุมภาพันธ์ 2561 อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. จุดเด่นของ Bitkub คือสามารถเทรดบิทคอยน์ หรือเหรียญดิจิทัลอื่น ๆ ด้วยเงินบาท อีกทั้ง Bitkub ยังถือเป็นเว็บเทรด Cryptocurrency ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในไทย

Satang Pro
อีกเว็บเทรดคริปโทฯสัญชาติไทยอีกเจ้าที่น่าเชื่อถือ ก่อตั้งเมื่อปี 2560 ในชื่อ TDAX ก่อนจะเปลี่ยนชื่อมาเป็น Satang Pro และอยู่ภายใต้การกำกับของ ก.ล.ต. เช่นกัน

Bitazza
เป็นหนึ่งในบริษัทที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. และกระทรวงการคลังแห่งประเทศไทย เว็บไซต์และแอปพลิเคชันของ Bitazza ได้รับการพัฒนาถึงขีดสุดเพื่อกระบวนการสมัครที่รวดเร็วและง่ายดาย

Zipmex
ความดีงามของ Zipmex คือเค้าเป็นเว็บไซต์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลรายเดียวในไทยที่ไม่เก็บค่าธรรมเนียมการซื้อขาย ใครที่ซีเรียสเรื่องค่าธรรมเนียมในการเทรดบอกเลยว่า Zipmex นี่แหละตอบโจทย์มาก  ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนการลงทุน

lesphrasesde

Back to top