Home » บิทคอยน์ จะแจ้งเกิดหลังวิกฤติโควิด-19 ได้หรือไม่??

บิทคอยน์ จะแจ้งเกิดหลังวิกฤติโควิด-19 ได้หรือไม่??

ในที่สุดโลกก็ประสบกับวิกฤติเศรษฐกิจอีกครั้งในรอบ 12 ปี หลังจากวิกฤติซับไพร์มในปี 2008 โดยผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้ส่งผลทั้งเศรษฐกิจจริงและภาคการเงิน แต่น่าจะเป็นดอกาสแจ้งเกิดของ บิทคอยน์ ?

เครดิตฟรี

โดยตลาดหุ้นทั่วโลกต่างตกอยู่ในสภาวะหมี (Bearish) จากการปรับตัวลดลงจากจุดสูงสุดมากกว่า 20% เช่นเดียวกับสินทรัพย์การลงทุนอื่นอย่างเช่นน้ำมันซึ่งเจอสองเด้งจากการที่ซาอุดิอาระเบียทุบราคาน้ำมันด้วย

แม้แต่ทองคำซึ่งเคยถูกมองว่าเป็น Safe Haven ก็ยังถูกเทขายด้วยเช่นกัน โดยเม็ดเงินที่อยู่ในระบบได้ไหลไปกองกันที่เงินดอลลาร์สหรัฐฯซึ่งแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว ดัชนีความผันผวน (VIX) ที่ปรับตัวขึ้นเท่ากับช่วงวิกฤติซับไพร์มได้บ่งบอกแล้วว่าโควิด-19สร้างปัญหาไปทั่วโลกจริงๆ

สล็อต

ขณะที่สินทรัพย์ดิจิทัลอย่างบิทคอยน์ซึ่งถูกมองว่าน่าจะมีโอกาสแจ้งเกิดได้ในภาวะวิกฤติกลับถูกเทขายหนักยิ่งกว่าสินทรัพย์อื่นๆเสียอีก โดยปรับตัวลดลงกว่า 50% ลงมาทำโลว์ที่ระดับประมาณ 4,000 เหรียญ จากการวิเคราะห์พบว่าน่าจะเป็นการเทขายของนักลงทุนสถาบันเพราะมีวอลลุ่มเกิดขึ้นมหาศาล

สาเหตุที่ต้องเร่งขายออกมาเพื่อที่จะไปชดเชยผลการขาดทุนจากตลาดหุ้น ทำให้สินทรัพย์ที่ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมาอย่างทองคำและ บิทคอยน์ ถูกขายออกมาและน่าจะเป็นเป้าหมายในการกลับเข้าซื้ออีกครั้ง

สล็อตออนไลน์

อย่างไรก็ตามบิทคอยน์มีโอกาสที่จะกลับมาสร้างผลงานได้อย่างดีหากวิกฤติโควิด-19 เริ่มชะลอตัวลงได้ และมีโอกาสที่จะสร้างจุดสูงสุดใหม่ได้อีกด้วย มาจากเหตุผลหลักคือสหรัฐฯได้ปั้มเงิน QE ออกมาแล้ว

QE สร้างฟองสบู่ในสินทรัพย์ต่างๆ

ผู้ที่คิดค้นเครื่องมือนี้คือนายเบน เบอร์นันเก้ อดีตผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯในยุคซับไพร์ม โดยอาศัยช่องว่างของกฎหมายที่ FED สามารถพิมพ์เงินใส่เข้าไปในระบบการเงินได้ในทันทีโดยไม่จำเป็นต้องมีทุนสำรองหนุนหลังเหมือนกับประเทศอื่นๆ

jumboslot

ยกตัวอย่างประเทศไทย ทุกครั้งหากจะมีการพิมพ์เงินหรือธนบัตรเข้ามาในระบบมากขึ้นจะต้องใช้ทุนสำรองระหว่างประเทศมาหนุนหลังไม่ว่าจะเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐฯหรือทองคำ

แต่ธนาคารกลางใหญ่ของโลกทั้ง FED,ECB,BOJ สามารถพิมพ์เงินเข้าสู่ระบบได้เองทันที

การเพิ่มปริมาณเงินเข้าไปในระบบมีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มสภาพคล่องรวมถึงนำเงินเข้าไปอุดหนุนสินทรัพย์บางอย่างเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาด

ผลจากการทำ QE นอกจากตลาดหุ้นสหรัฐฯที่สามารถฟื้นตัวได้แล้ว ยังมีผลทำให้สินทรัพย์อื่นอย่างราคาทองคำปรับตัวขึ้นไสร้างจุดสูงสุดตลอดกาลหรือ All Time High ได้ในที่สุด เนื่องจากค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงและสภาพคล่องในระบบที่เหลือล้น

slot

ราคาทองคำเริ่มออกตัวตั้งแต่ระดับ 715 เหรียญต่อออนซ์ในเดือนตุลาคม 2008 หลังจากที่มีการประกาศทำคิวอีครั้งแรกไปทำจุดสูงสุดตลอดกาลที่ระดับ 1920 เหรียญ ในเดือนกันยายน 2011 หรือปรับตัวเป็นขาขึ้นเกือบสามปีเต็ม ก่อนที่จะเป็นขาลงอย่างยาวนานหลังยกเลิกการทำคิวอีครั้งที่สาม โดยลงไปที่ระดับต่ำสุดเกือบ 1,000 เหรียญ

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่าผลจาการทำคิวอีจะมีแต่ผลดีเท่านั้น เพราะสิ่งที่ตามมาจากการอัดฉีดสภาพคล่องไปทั่วโลกก็คือ “เงิน” ที่มีอยู่ล้นโลก โดยแทบไม่ได้ลงไปสู่ภาคเศรษฐกิจจริงสักเท่าไร และส่วนมากเข้าไปเก็งกำไรในสินทรัพย์ต่างๆเช่นราคาอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากมีเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำมากมายให้กู้

นอกจากนี้ยังเป็นการเพิ่ม “หนี้” ให้เกิดขึ้นจำนวนมหาศาลทั่วโลกโดยเฉพาะประเทศที่มีการทำคิวอีอย่างสหรัฐฯ ยุโรปและญี่ปุ่น โดยงบดุลของสหรัฐฯเพิ่มสูงอย่างต่อเนื่องจากระดับ 1ล้านล้านเหรียญ พอทำคิวอีทั้งสามครั้งได้พุ่งแตะ 4.5 ล้านล้านเหรียญและยังไม่สามารถลดงบดุลนี้ลงได้ เพราะการทำคิวอีคือการเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลของตัวเองหรือสร้างหนี้ให้กับตัวเองนั่นเอง ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนการลงทุน

lesphrasesde

Back to top