Home » Decentralize Finance มีธุรกรรมการเงินอะไรบ้าง

Decentralize Finance มีธุรกรรมการเงินอะไรบ้าง

ในโลกของการเงินแบบดั้งเดิมจะมีธุรกรรมหรือสินค้าทางการเงินอยู่มากมายตามที่เราคุ้นเคยกัน ในโลกของ Decentralize Finance ก็จะมีผลิตภัณฑ์ที่ใกล้เคียงกัน เพียงแต่อาจจะมีความต่างกันในคอนเซบท์เล็กน้อย ไปดูกันว่ามีอะไรบ้าง

Stablecoin
สินทรัพย์ดิจิทัล มีคาแรกเตอร์คือราคาที่เหวี่ยงตัวแรง เพื่อที่จะลดความผันผวนของราคา ทำให้เกิดแนวคิดของการสร้าง Stablecoin หรือเหรียญที่มีมูลค่าคงที่ซึ่งมีสินทรัพย์อื่นมารองรับ โดยมักจะอ้างอิงกับสกุลเงินดอลลาร์ เช่น USDT หรือ Tether ซึ่งเป็น Stablecoin ที่มีมูลค่าตลาดมากที่สุด ขณะที่เหรียญ Dai ถือเป็น Stablecoin ที่ได้รับความนิยมในการทำธุรกรรม Defi มากที่สุด
Stablecoin จะทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการทำธุรกรรม Defi เช่นใช้เป็นหลักค้ำประกันในการกู้ยืม เนื่องจากคุณสมบัติที่มีมูลค่าคงที่ทำให้การทำธุรกรรมมีความสะดวกไม่ต้องกังวลกับราคาที่ผันผวน

เครดิตฟรี

Lending
ถือเป็นธุรกรรมที่ถูกมองว่าจะมา Disrupt การเงินแบบดั้งเดิมมากที่สุด เพราะรายได้หลักของธนาคารหรือสถาบันการเงินก็คือการปล่อยกู้นั่นเอง อย่างไรก็ตามการที่มีคนกลางเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะปล่อยเงินกู้ให้หรือไม่ ทำให้ผู้คนจำนวนมากที่ไม่มีเครดิตพลาดโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน
Defi เข้ามาแก้ไข Pain Point ดังกล่าวโดยเปิดทางให้ผู้กู้และผู้ขอกู้ได้มีโอกาสที่จะปล่อยกู้กันเองในรูปแบบ Peer To Peer โดยไม่มีคนกลางอย่างธนาคารมาตัดสินใจแทน โดยผู้กู้ต้องนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาวางค้ำประกันไว้เผื่อในกรณีที่ผิดนัดชำระหนี้ ขณะที่ผู้ให้กู้จะได้รับผลตอบแทนในรูปแบบของดอกเบี้ย

Decentralize Exchange
ปัจจุบันการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลจะมี Exchange ทำหน้าที่เป็นเหมือนตลาดหลักทรัพย์แต่นั่นยังถูกบริหารจัดการโดยคนกลางหรือผู้ที่จะทำการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลต้องฝากสินทรัพย์ของตัวเองไว้กับ Exchange หรือหากต้องการจะลิสต์เหรียญหรือโทเคนก็ต้องผ่านการพิจารณาจาก Exchange
ทำให้เกิดแนวคิดของการสร้าง Decentralize Exchange นั่นคือการเป็นตลาดเสรีที่ผู้ที่จะซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลไม่จำเป็นต้องฝากสินทรัพย์ไว้กับ Exchange กล่าวคือเป็นตลาดซื้อขายที่ผู้พัฒนาไม่ได้เข้าไปบริหารจัดการ เพียงแค่สร้างตลาดให้และเปิดให้ผู้คนเข้ามาซื้อขายกันเองอย่างอิสระ

สล็อต

Derivative
ตราสารอนุพันธ์ ถือเป็นโปรดักต์การลงทุนที่พัฒนาขึ้นมาจากตลาดซื้อขายประเภท Spot โดยเปิดทางให้มีการ Leverage ช่วยสร้างผลตอบแทนให้สูงขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมาก
ในโลกของสินทรัพย์ดิจิทัลได้มีการสร้างตราสารอนุพันธ์ขึ้นเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น Futures,Perpetual Swap และ Options ซึ่งนำมาใช้กับสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีสภาพคล่องซื้อขายสูงอย่างบิทคอยน์

Asset Management
ธุรกิจจัดการกองทุนก็คือการที่มีผู้ชำนาญด้านการลงทุนหรือผู้จัดการกองทุนทำหน้าที่ลงทุนแทนนักลงทุนตามนโยบายที่กำหนดไว้ ไม่ว่าจะเป็นกองทุนรวม,กองทุนส่วนบุคคล หรือเฮดจ์ฟันด์
ในส่วนของ Defi ก็ได้มีการพัฒนาโปรดักต์การลงทุนรูปแบบของกองทุนขึ้นมาเช่นกัน เพียงแค่เปลี่ยนจากสินทรัพย์ที่เราคุ้นเคยกันอย่างเช่น หุ้น ทองคำ มาเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล

สล็อตออนไลน์

Lottery
สลากกินแบ่งที่บริหารโดยธนาคารของรัฐ (คนละรูปแบบกับสลากกินแบ่งรัฐบาล) หรือสลากออมทรัพย์ ที่ผ่านมาอาจมีความสงสัยในเรื่องของความโปร่งใสในการออกสลาก แต่หากทุกอย่างทำผ่านบล็อกเชน จะสามารถตรวจสอบการทำธุรกรรมต่างๆได้ทั้งหมด ซึ่ง Defi มีโปรดักต์ในรูปแบบที่ใกล้เคียงกับสลากออมทรัพย์ด้วยเช่นกัน

Payment
ระบบการชำระเงินถือเป็นเส้นเลือดสำคัญของการทำธุรกรรมทางการเงิน ที่ผ่านมาจะมีธนาคารทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างผู้ทำธุรกรรมสองฝั่ง ซึ่งทำให้เกิดค่าธรรมเนียมที่สูง โดยเฉพาะการโอนเงินระหว่างประเทศ

Defi จึงได้สร้างระบบการชำระเงินแบบใหม่ที่ลดบทบาทของตัวกลางลงให้ผู้ที่ทำธุรกรรมได้ตรวจสอบกันเอง แพลตฟอร์มจะทำหน้าที่เป็นสื่อกลางเท่านั้นจะไม่เข้าไปยุ่งกับธุรกรรมการโอนเงินที่เกิดขึ้น

jumboslot

Insurance
ประกันภัย ถือเป็นโปรดักต์ทางการเงินที่เข้ามาช่วยบริหารความเสี่ยง โดยการจ่ายค่าประกันเพื่อที่จะได้รับความคุ้มครองหากเกิดสิ่งที่ไม่คาดคิดขึ้นซึ่งอาจนำมาสู่ความเสียหาย เช่น บาดเจ็บจนต้องเข้าโรงพยาบาล เกิดอัคคีภัย ฯลฯ
ในธุรกรรม Defi แม้จะดำเนินการโดยใช้ Smart Contract ทั้งหมด แต่ก็มีโอกาสจะเกิดสิ่งที่คาดไม่ถึงเช่นถูก Hack ได้เช่นกัน ทำให้เกิดบริการซื้อประกันความเสี่ยงของสินทรัพย์ดิจิทัลขึ้น เพื่อเวลาที่เกิดการสูญหายก็จะได้รับเงินประกันชดเชย
เห็นได้ว่า Decentralize Finance มีผลิตภัณฑ์ที่เหมือนกับการเงินในรูปแบบดั้งเดิมเกือบทั้งหมด เพียงแค่มีคอนเซบท์ของการลดบทบาทของตัวกลางอย่างสถาบันการเงินลงให้ผู้ทำธุรกรรมได้ตกลงกันเอง

Defi สร้างผลตอบแทนและแก้ปัญหาทางการเงินได้อย่างไร
ในโลกของ Defi เราสามารถเป็นได้ทั้งผู้ลงทุนและผู้ใช้บริการ กล่าวคือสามารถสร้างรายได้ให้กับเราในรูปแบบทั้ง Passive และ Active Income ขณะเดียวกันเรายังสามารถใช้บริการทางการเงินบน Defi ที่สามารถแก้ Pain Point เดิมๆที่มีอยู่ได้เช่นกัน

slot

ดอกเบี้ยจากการนำสินทรัพย์ดิจิทัลไปวางค้ำประกันเพื่อปล่อยกู้ให้คนอื่น
ในโลกการเงินแบบดั้งเดิมหรือธนาคารที่เราคุ้นเคยกันจะต้องอาศัยเงินฝากของผู้ฝากเงินซึ่งเก็บไว้ในทุนสำรองของธนาคารนำไปใช้ในการปล่อยกู้ต่อทั้งในระดับบุคคลหรือภาคธุรกิจ แต่ในโลกของ Defi ได้นำเอาตัวกลางหรือธนาคารออกไป ผู้ที่อยู่ภายในแพลตฟอร์มจึงสามารถกู้ยืมกันได้เอง

ในฝั่งของผู้ให้กู้ยืมจึงสามารถสร้างรายได้ให้เกิดขึ้นได้ในรูปแบบ Passive Income คือการสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีอยู่นำไปวางไว้บนแพลตฟอร์ม Defi เพื่อเป็นแหล่งทุนที่ผู้ให้บริการสามารถนำไปปล่อยกู้ให้กับผู้ที่มาขอกู้ได้
ทั้งนี้การนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาวางไว้บน Defi ต่างจากการฝากเงินคือเราเป็นผู้ควบคุมดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลของเราเอง ต่างจากการฝากเงินไว้ในธนาคารซึ่งแม้ว่าธนาคารจะบอกว่าจะทำหน้าที่ดูแลรักษาเงินของเราแต่ก็สามารถนำเงินของเราไปใช้ทำอย่างอื่นได้เช่นกัน

Capital Gain จากการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล
นอกจากรายได้แบบ Passive Income ยังสามารถสร้างรายได้แบบ Active Income ได้เช่นกันจาการซื้อขายโปรดักต์ที่เกิดจาก Defi เช่น ตราสารอนุพันธ์ รวมถึงสินทรัพย์ดิจิทัลใหม่ๆที่ใครก็ได้สามารถนำขึ้นไปให้ซื้อขายบน Decentralize Exchange โดยไม่จำเป็นต้องผ่านการคัดกรองโดยตัวกลาง
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนการลงทุน

lesphrasesde

Back to top